หลักสูตรวิเคราะห์โครงสร้างขั้นพื้นฐานวิธีการใช้งาน Finite Element Method (FEM) เรียนรู้เทคนิควิธีการวิเคราะห์โดยเน้นไปที่โครงสร้างแบบเชิงเส้นและการนำไปประยุกต์ใช้ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ทฤษฎีพื้นฐานและฝึกทักษะการใช้ซอฟต์แวร์สร้างแบบจำลอง Finite Element แบบ 1 มิติ, 2 มิติ, และ 3 มิติ ในแบบต่าง ๆ พร้อมกับการใส่ค่าคุณสมบัติวัสดุ การกำหนดเงื่อนไขขอบเขต ซึ่งปัญหาแบบวิเคราะห์ค่าคงที่แบบเชิงเส้นและการโก่งงอจะถูกนำมาใช้เป็นแบบจำลองการวิเคราะห์เพื่อให้ผู้เรียนได้ทดลองปฏิบัติ
หลักสูตร Surface Intermediate นี้ ต่อเนื่องกับหลักสูตร Surface Basic ที่มีการกล่าวถึงเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้ในการสร้างและออกแบบพื้นผิวเบื้องต้นไปแล้ว โดยในคอร์สนี้ผู้เรียนจะเน้นไปที่ความรู้ด้านการออกแบบ Surface ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยใช้เครื่องมือในการสร้างและออกแบบพื้นผิวขั้นสูง เรียนรู้เทคนิคการตรวจสอบและแก้ไขคุณภาพงาน รวมถึงการสร้างพื้นผิวในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย
พลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ (CFD) เป็นหลักสูตรต่อยอดจาก CAE Essentials เป็นการเรียนรู้แนวคิดและทฤษฎีที่อธิบายการไหลของของไหล 4 ประเภทสำหรับ CFD โดยเฉพาะ ซึ่งครอบคลุมถึงกฎการอนุรักษ์มวล, กฎการอนุรักษ์โมเมนตัม, กฎการอนุรักษ์พลังงาน, เงื่อนไขขอบเขต, การจำลองโดยวิธีไฟไนต์เอเลเมนต์, การจำลองโดยวิธีไฟไนต์โวลุ่ม, คลื่นช็อก, ปัญหาที่พบในการวิเคราะห์ CFD, เปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่าง CFD กับคำตอบที่แม่นยำ, ปรากฏการณ์การเกิดการไหลแบบปั่นป่วน (Turbulence) และแบบจำลองการไหล ผู้เรียนควรมีพื้นฐานความรู้ด้าน CAE Essentials และวิธีการทางคณิตศาสตร์เชิงตัวเลข (Numerical Methods) ก่อนที่จะเรียนรู้หลักสูตรนี้
เป็นหลักสูตรสำหรับเรียนรู้วิธีสร้างแบบจำลองการเคลื่อนที่ของชิ้นส่วนประกอบภายใต้ขั้นตอนของการประกอบชิ้นงาน โดยจะครอบคลุมถึงวิธีกำหนดการสวม ติดตั้ง และ ถอดชิ้นส่วนในงานประกอบ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้วิธีการปรับปรุงกระบวนการประกอบและบำรุงรักษาให้มีความเหมาะสม หลักสูตรอบรมนี้ผู้เรียนจำเป็นต้องผ่านการอบรมในหลักสูตร CATIA Part Design หรือมีความรู้พื้นฐานทางด้านนี้มาก่อน
เป็นหลักสูตรอบรมที่ออกแบบมาสำหรับจำลองการประกอบของชิ้นงานกลไก ซึ่งในบทเรียนจะครอบคลุมถึง 1. วิธีการออกแบบกลไกการทำงานโดยใช้ชิ้นงานที่มีอยู่ และ 2. วิธีจำลองและวิเคราะห์กลไกการเกิดการชนหรือกระแทก และ วิเคราะห์การเกิดจลนศาสตร์ ซึ่งหลักสูตรอบรมนี้ผู้เรียนจำเป็นต้องผ่านการอบรมในหลักสูตร CATIA Part Design หรือมีความรู้พื้นฐานด้านนี้มาก่อน
หลักสูตร Knowledge-Based Advisor ผู้เรียนจะใช้ CATIA V5 ในการจัดการและการใช้ฐานความรู้ในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อทำให้การปรับเปลี่ยน การสร้าง และการใช้งานชิ้นส่วนและงานประกอบพาราเมตริกสามารถทำได้อย่างง่ายดาย
การวิเคราะห์อายุของชิ้นงานอันเนื่องมาจากความล้าเป็นหลักสูตร CAE ที่ใช้วิธีไฟไนต์เอลิเมนต์ (FEM) ในการวิเคราะห์ความเสียหาย อายุการใช้งาน ความล้าของผลิตภัณฑ์ในงานวิศวกรรมโครงสร้าง โดยผู้เรียนจะได้เรียนรู้วิธีการวิเคราะห์ที่ครอบคลุมสามารถในการระบุอายุการใช้งานได้ครอบคลุมทั้งหมดของชิ้นงาน, การวิเคราะห์อายุของความเค้น (Stress life, S-N curve) บริเวณจุดเริ่มต้นของการเกิดรอยแตกร้าว, การวิเคราะห์อายุของความเครียด (Strain life, E-N) และบริเวณการเติบโตของรอยแตก ไปจนถึงหัวข้อเกี่ยวกับการทดสอบวัสดุ หลักสูตรนี้เป็นการวางรากฐานความเข้าใจเรื่องของอายุของโครงสร้าง เหมาะสำหรับวิศวกรในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ยานยนต์ เครื่องจักรกล และอื่น ๆ
หลักสูตรนี้ต่อเนื่องจากหลักสูตรการวิเคราะห์โครงสร้างขั้นพื้นฐานวิธีการใช้งาน Finite Element Method (FEM) โดยผู้เรียนจะได้เรียนรู้และทำความเข้าใจการวิเคราะห์คงที่แบบไม่เป็นเชิงเส้นทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ วัสดุแบบไม่เป็นเชิงเส้น รูปทรงแบบไม่เป็นเชิงเส้น และ การสัมผัสแบบไม่เป็นเชิงเส้น ซึ่งหลักสูตรนี้ยังรวมถึงการวิธีวิเคราะห์ไม่คงที่แบบไม่เป็นเชิงเส้น ซึ่งเป็นอัลกอริทึมที่ใช้สำหรับการทดสอบการกระแทก เช่น การทดสอบการตกและการจำลองการชน
เรียนรู้ข้อกำหนด Fitness for Service (FFS) กับการวิเคราะห์ปัญหางานโครงสร้าง และการประเมินอายุของภาชนะรับความดันด้วยวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์ ซึ่งปกติการประเมินอายุของภาชนะรับความดันจะต้องได้รับการประเมินตามระยะเวลาการใช้งาน หากพบข้อบ่งชี้ความเสียหาย วิศวกรจะต้องดำเนินการตามข้อกำหนดมาตรฐาน เช่น ASME/API-579 Fitness for Service (FFS) ตามลำดับ ซึ่งในระดับที่ 3 มักใช้ระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์ในการวิเคราะห์งานโครงสร้าง โดยอ้างอิงมาตรฐานการออกแบบ ASME BPVC.VIII part 5 เมื่อโครงสร้างความเสียหายมีรูปทรงและภาระที่สลับซับซ้อนวิศวกรจึงจำเป็นเรียนรู้วิธีนำซอฟต์แวร์ไฟไนต์เอลิเมนต์มาใช้ในการดูแล ตรวจสอบ ควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐานตามข้อกำหนด